หมวดหมู่: ข้อสงสัยเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรรม

ปลูกพืชอะไรหลังน้ำลด

น้ำท่วมหนักมากช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2560 โดยเฉพาะภาคอีสาน เช่น สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ผู้คนเดือนร้อนกันถ่วนหน้า หลายๆหน่วยงานพยายามช่วยอย่างเต็มที่ แต่ก็น่ะ…”อัตตา หิ อัตตโน นาโถ” ตนเป็นเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นที่เข้ามาช่วยเรานั้น เป็นเพียงแค่บรรเทาความเดือดร้อนในระยะที่สั้นๆ ไม่ได้ดูแลเราตลอดไป เราต้องดูแลตัวเอง เริ่มจาก…ประชาชนภาคเกษตรกรรม ต้องคิดว่า หลังจากน้ำลดแล้ว จะทำอะไรต่อ? ปลูกพืชอะไร? เลี้ยงสัตว์อะไร? ..หากเกษตรกรต้องการ รายได้ไว ควรปลูกพืชผัก เช่น แตงกวา ถั่ว ผักใบ อาทิ คะน้า กวางตุ้ง รวมทั้ง แตงโม เมล่อน เพราะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายได้ในระยะเวลา 30-40 วัน …ความจริง พื้นที่การเกษตรที่โดนน้ำท่วม ยังถือว่ามีจุดดี อยู่บ้างคือ ตัดวงจรการแพน่ระบาด ของโรคและแมลงไปแล้ว หากปลูกผักหลังน้ำลด มีโอกาสเจอปัญหาโรค แมลงค่อนข้างจะน้อย

น้ำท่วมปลูกผักใบ

 

การทำนา

การทำนา ผมสงสัยว่าทำไมชาวนาทำงานหนักแต่ทำไมไม่รวยมีแต่หนี้สิ้น แต่พ่อค้าคนกลางต่างๆนาๆๆทำไมถึงรวยเอาๆ
ชาวนากว่าจะได้ข้าวแต่ล่ะเม็ดต้องลงทุน ลงแรง ลงเงิน กว่าจะได้มา เหนื่อยสายตัวแถบขาดทำมาเป็น 10, 20 ปี แต่ก็ยังมีหนี้สิ้นติดตัว
ผมคิดสงสัยเหมือนกันนะว่าจะทำไปทำไม ในเมื่อทำไปก็สงเสริมให้คนอื่นรวยเอาๆ ราคาก็โดนกด ทั้งๆที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทำเกษตรส่งออกข้าวอันดับต้นๆ ไม่เข้าใจจริงๆๆ

“ต้องเช่าที่ทำนาไร่ละ2000/ปี +ปุ๋ย+ยา+ค่าน้ำมัน+ค่าแรง ขายข้าวได้จริงก็ได้ราคาแค่11000-12000 โดนหักค่าความชื้น แล้วจะเหลือสักเท่าไรเชียว” เสียงบอกเล่าจากเกษตรกรท่านหนึ่ง

หรืออาจเป็นเพราะ ..ถ้าให้คิดว่าทำไมคนทำนาถึงไม่รวยซะที น่าจะเป็นเพราะว่าไม่รู้จักใช้เงินมากกว่ามีน้อยใช้มาก ไม่ประหยัด ไม่วางแผนการใช้เงิน ไม่เก็บออมตอนทำนาก็อาจจะเน้นจ้าง ไม่ทำเอง ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ชอบกู้ ไม่ใช้เงินให้พอตัว ทำให้มีหนี้ เสียดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น

ถ้าจะให้ยั่งยืนต้อง เกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นวิธีทำการเกษตรโดยประยุกต์พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกี่ยวกับการแบ่งพื้นที่และความสัมพันธ์ในการใช้ประโยชน์ ที่ดินกับการใช้น้ำเพื่อการเกษตรโดยยึดหลักการธรรมชาติมุ่งใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด คำนึงถึงการรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่นั้นยาวนานสืบต่อไป

เกษตรทฤษฎีใหม่

 

ที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวก 2.25 ไร่ (10% ของพื้นที่) ใช้สร้างที่พักอาศัย โรงเก็บเครื่องมือเกษตร คอกไก่เป็ด เรือนเพาะชำ โรงเพาะเห็ดและถนนหางเพื่ออำนวยความสะดวกภายในพื้นที่
พื้นที่แหล่งน้ำ พื้นที่ 4.5 ไร่ (30% ของพื้นที่)แหล่งเก็บน้ำในโครงการมี 2 แหล่งคือ
สระน้ำ จุน้ำได้ 5,000 ลบ.ม.
คูน้ำ กักเก็บน้ำได้ 7,000 ลบ.ม. รวมปริมาณน้ำที่กักเก็บได้ภายในโครงการทั้งสิ้น 12,000 ลบ.ม.

นาข้าว พื้นที่ 7 ไร่ (30% ของพื้นที่)

แบ่งแปลงปลูกข้าวออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกปลูกข้าวอย่างเดียว และส่วนที่ 2 ทดสอบการเลี้ยงปลาในนาข้าว ส่วนคันดินรอบแปลงนาได้ปรับปรุงดินปลูกชมพู่ เป็นพืชหลักแซมด้วยกล้วยและมะละกอ

พืชไร่ พืชสวน พื้นที่ 9.25 ไร่ (30% ของพื้นที่)

แปลงพืชไร่ พื้นที่ 2 ไร่ ขุดยกร่องปรับปรุงดินแล้วดำเนินการปลูกพืชไร่ชนิดต่าง ๆ เช่น ข้าวโพดหวาน และถั่วเขียวหมุนเวียนกันตลอดทั้งปี
สวนผัก พื้นที่ 0.75 ไร่ ขุดยกร่องจากนั้นใส่หินปูนฝุ่นเพื่อปรับสภาพความเป็นกรดของดินและ ใส่ปุ๋ยคอกเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดินแล้วปลูกผักชนิดต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับฤดูกาล
พืชส่วน พื้นที่ 6.25 ไร่ ได้ดำเนินการขุดยกร่องแล้วใส่หินปูนฝุ่นเพื่อปรับสภาพความเป็นกรด ของดินอัตราส่วน 2 ตัน/ไร่ ปลูกขนุน กระท้อน ชมพู่ ทุเรียน มะม่วง ละมุด และเงาะ เป็นพืชหลัก แซมด้วย กล้วย สับปะรด และหมาก
ไม้ดอก พื้นที่ 0.25 ไร่ ขุดยกร่องใส่หินปูนฝุ่นและปุ๋ยคอกเพื่อปรับปรุงบำรุงดินและปลูกมะลิ

X