Ecommerce 2018 พังแน่นอน

0
132
Ecommerce 2018 พังแน่นอน

Ecommerce 2018 : พังแน่นอน
ความโหดร้ายของโลก e commerce มาเรื่อยๆ นะคะ นอกจาก facebook จะเปลี่ยนท่าทีแล้ว ยักษ์ใหญ่ในวงการ e commerce ก็ต้องหาทางให้ตัวเองอยู่รอดจากศึกของยักษ์ใหญ่อื่นๆ สู้กันอย่างหนักแบบ “ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ” ผู้ค้ารายย่อยอย่างเราถ้าปรับตัวไม่ทันก็ตายกลางวงศึก

คุณวิควิเคราะห์เรื่องนี้อย่างสนใจ และชี้ให้เห็นว่าในสถานการณ์ Red Ocean ทะเลเลือดเดือด แย่งกันขาย แย่งลูกค้า ยังมีทางรอดซ่อนอยู่ แค่ต้องคิดหนักๆ หน่อย
เขาบอกกันว่า Ecommerce กำลังโตจะโตอีกมากๆ แต่เงินในกระเป๋าเรามันไม่เพิ่มซักที….เคยคิดไหมว่ามันโตยังไงถ้าเงินเราไม่เพิ่ม ทำงานหนักขึ้น ยิงแอทมากขึ้น ขายมากขึ้น แต่กำไรหดลง…

ปีนี้แบรนด์ออนไลน์หลายๆ แบรนด์มีโอกาสจะหายตัวไปอย่างแน่นอน ส่วนแบรนด์ที่อยู่ได้เริ่มขยายเริ่มวางระบบ ใช้ Tech ช่วยทำงานแทนคนหลายอย่างๆ เพราะเขารู้แล้วว่าอะไรจะตามมา….

บางแบรนด์ไปพึ่งพวก Mkt Place ใหญ่ๆ หวังว่าจะได้ยอดขายมาก็ไม่จริง เพราะตลาดในนั้นแดงเดือดกว่า ตัดราคา โปรโมชั่นโหดร้ายมากๆ ลูกค้าเห็นถูกกว่า 5 บาทก็ไปแล้ว….และ mkt place ก็เน้นขายสินค้าตัวเอง เริ่มสร้าง in-house brand อย่างเงียบๆ เมื่อรู้ว่า category ไหนเป็นสินค้าขายดี ต้องขอบคุณร้านค้าต่างๆที่ไปขายบน mkt place + ยิงแอทจากเฟสเข้าไป ให้เขาได้ข้อมูลและมาเป็นคู่แข่งคุณในที่สุด ไม่ต่างกับธุรกิจร้านสะดวกซื้อที่ทำแบบนี้เพื่อความอยู่รอด

ถ้าคิดว่าไม่จริงลองดู Amazon เป็นแบบอย่างก็ได้ สินค้าตัวเอง มีเกือบทุก category….ขายในบ้านเขา จะแข่งกับเจ้าของบ้านได้เหรอ

ยอดขายถล่มทลายของ Mkt Place ที่รายงานออกมา มีใครรู้ไหมว่ากี่ % เป็นกำไรที่ส่งให้เจ้าของแบรนด์ ? มีใครรู้ไหมว่ากี่ % เป็นยอดขายสินค้าเขาเองที่เขาซื้อมาขายต่อ หรือบีบราคา GP แรงๆ มา ?

คนที่โตจาก eCom -> FB ได้รับค่าแอท เคอรรี่ได้ส่งของเพิ่ม กูรูต่างๆ ที่ขายคอรส์ บริษัทรับทำเว้ป บริษัทรับดูแลแอท / agency / ระบบหลังบ้านต่างๆ โต + พ่อค้าแม่ค้าบางคนที่ทำงานจริงจรัง มีระบบที่ดี มีทีมงานดี โตจริงๆ

แต่ % ส่วนใหญ่เงินหายไปกลับ ค่าใช้จ่ายในการทำ eCom + การสร้างภาพลักษน์

ปัญหานี้มีทางออก แต่ถ้าไม่รีบแก้เป็นจุดๆ สิ้นปีนี้มีหลายๆ แบรนด์ไม่รอดแน่นอน

สิ่งที่จะช่วยได้ : วางแผนให้ดี ทำระบบให้ดี บริหารเงินสดให้ดี อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง คุณจะอยู่เหมือนเดิมไม่ได้แน่นอนเพราะปีนี้มันจะดุเดือดมากกว่าที่เราเคยเจอกันมาก่อน เมือก่อนทำเองได้หมด ตอนนี้อาจต้องหาทีมมาช่วยหรือมีพารทเนอร์ดีๆ ก็ต้องยอม

เจ้าใหญ่ๆ จากเมืองนอกกำลังเข้ามาอีก และอีกไม่นาน Amazon ก็จะมา พวกนี้เงินหนาเป็นถังๆ ไม่กำไรก็อยู่ได้เป็น 10 ปี เพราะเขายึดหลัก Winner Takes All – เขาไม่เหลือที่ยืนให้เราอย่างแน่นอน

เรื่อง FB :
ก่อนที่ Facebook ประกาศลด Reach ตั้งแต่ต้นปีมานี้เราตัดสินใจว่าจะลดค่าแอทลงไป 80% แต่ทำ content และดูแลแฟนเพจให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องพึ่ง Paid Traffic เท่าไหร่ โดยการเจาะลึกๆลงไปถึง Customer Persona และโพสท์แต่สิ่งที่เขาอยากอ่าน มากกว่าสิ่งที่เราอยากให้เขาอ่าน

สิ่งที่เกิดขึ้น คือ Paid Reach ลดลงตามจำนวนเงินที่จ่ายไป แต่ Organic Reach เราไม่กระทบ ยอด Engage ของเพจพุ่งขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น

Average Ads / Sales ปีที่แล้ว 3.8% ; เป้าหมายปีนี้จะให้เหลือ 1% เพราะการเปย์เฟสหนักๆ ไม่ใช่ทางออกอย่างเดียวในการทำ Online Marketing – ช่องทางอื่นๆ ก็มีอีกหลากหลายและการดึงดูดคนไม่ควรมาจากการยิงแอทอย่างเดียว – การยิงแอทคือจ่ายให้คนเห็นและกระตุ้นให้อยากซื้อ…แต่ถ้าทุกแบรนด์ทำแบบนี้กัน แต่เงินในกระเป๋าลูกค้ามีจำนวนจำกัด ลูกค้าก็มีจำนวนจำกัด มันก็เกิดสงครามแดงเดือดทำให้ค่าคลิกแพง ยอดขายตก ยิงแอทขายได้ส่งเป็นกระสอบแต่ไม่มีกำไร….

How To: A/B Test หนักๆ เข้าใจแฟนเพจ เข้าใจการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายเชิงลึก อ่าน Data ใน Ads Report / Analytics ให้เป็นก่อน ที่จะเริ่มเติมเงิน -> ให้คนสอนไม่ใช่ทางออก ถ้าไปเรียนก็ควรทำการบ้านหนักๆ โยน 30 บาทให้คุ้มทุน ให้กำไร 5x ก่อนที่จะลงเป็นพัน

ค่าคลิกแพงขึ้นมา 3000% จากที่ผมเริ่มทำ FB Ads แต่เคสแบบนี้ก็ยังมีจริง:

– Like ละต่ำบาทยังมีจริง
– Engage <0.10 บาท
– CTR > 30%
– CPC < 0.50 บาท
– 100 บาทเข้าถึงหมื่นคนก็ยังมี
– 300 บาท ขายได้ 30 ออเดอร์ก็มีจริง

ศึกษาคำพูดตามารค์ดีๆ มันใบ้หวยให้แล้ว -> Mark Zuckerberg อ่านเองนะครับ ผมไม่แนะนำให้เชื่อสื่อหรือกูรูมาก ส่วนใหญ่มโนไปเองทั้งนั้น ประกาศไม่นานเอง รู้ทางออกกันหมด ยังไม่มีเวลาเทส Data เอา Google Translate อ่านก็ได้ครับ

ส่วน Test Case นี้จะเอาไป Apply กับเพจอื่นๆ และ เทสไปเรื่อยๆ ให้เน้น Organic Reach 90% / Paid Reach 10% โดยไม่กระทบยอด Engage/Sales

ถ้าคิดว่าไม่เป็นไรกว่าคนอื่นจะปรับกันอีกนาน…ผมว่าคู่แข่งคุณทำแล้ว เริ่มวางระบบสำหรับอนาคตกันแล้ว…

ส่วนบางแบรนด์ที่กำลังหนีไป Adwords -> มันก็จะไม่ต่างกับสงครามในเฟสเมื่อหลายๆ คนตามมา เพราะพวกนี้เป็นระบบประมูลทั้งนั้น คนยิ่งมามาก มันก็จะยิ่งแพงขึ้น

***
Theerapong Settiwat ขอบคุณที่นัดคุยกัน ได้แลกเปลี่ยนอะไรเยอะแยะมากมาย

ที่มา FB: Akharavat Sethichawlakul

ทิ้งคำตอบไว้