สวนส้มโอปลอดสารลุงเฉลิมพีรี


คุณลุงเฉลิม พีรี อยู่บ้านเลขที่ 75หมู่3 บ้านใหม่ ตำบลบึงสามัคคี อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันมีอายุ 67 ปี โดยเริ่มแรกประกอบอาชีพทำไร่อ้อยเพื่อส่งโรงงาน และ ปลูกข้าวโพดหวาน ข้าวโพดฝักอ่อน เพื่อส่งโรงงาน แต่ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนระบบการผลิต โดยแบ่งพื้นที่ทำการเกษตรของตนเอง มาปลูกส้มโอ หากจะพูดง่ายๆก็คือ ได้ทำกิจกรรมพืชเชิงเดี่ยวนั่นเอง พอทำกิจกรรมปลูกพืชเชิงเดี่ยวไปหลายปี ก็พบว่า ยังมีภาระหนี้สินอยู่ตลอดเวลา เพราะต้อง จัดซื้อปัจจัยการผลิต ได้แก่ ปุ๋ยเคมี และยาเคมีมาใช้ในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของตนเองอยู่ตลอด อีกทั้งไม่สามารถที่จะควบคุมการใช้จ่ายของครอบครัวได้

ช่วงราวปี พ.ศ. 2550 มีหน่วยงานทางภาครัฐ ได้จัดทัศนศึกษาดูงาน โครงการตามแนวพระราชดำริ ที่ห้วยฮ่องไคร้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทราบถึงแนวทางการปรับปรุงบำรุงดินในสภาพป่าที่เสื่อมโทรม พร้อมมีการอนุรักษ์ดินและน้ำ จึงเกิดจุดเปลี่ยนที่เกิดแรงจูงใจให้อยากปรับปรุงกิจกรรมของตนเอง ให้มาอนุรักษ์ดินและน้ำ ในขณะเดียวกัน ก็ได้น้อมนำเอา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่าน มาปรับวิธีคิด พร้อมกับนำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงพื้นที่ของตนเองทันที ในขณะที่เริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยน ก็ค้นพบว่า การที่เราจะปรับเปลี่ยนอะไรนั้น ต้องปรับที่วิธีคิดของตนเองก่อน จากนั้นๆ ก็ค่อย พูดคุยสื่อสาร ทำความเข้าใจกับคนสมาชิกครอบครัวที่อยู่รอบข้างตัวเราให้เข้าใจกับแนวคิดของเราเสียก่อน จากนั้นก็ต้องลงมือทำทันที เริ่มต้นลงมือทำสิ่งที่ง่ายๆไปก่อน แล้วค่อยๆขยายทำสิ่งที่ยากขึ้นเป็นลำดับ


ปัจจุบันนี้ครอบครัวของคุณลุงเฉลิม ยังคงกิจกรรมเดิม คือปลูกอ้อยไว้ส่วนหนึ่ง แต่ได้ปรับปรุงสวนส้มโอที่มีอยู่เดิม ให้เป็นส้มโอปลอดภัย แต่มุ่งสู่การผลิตส้มโอแบบอินทรีย์ คือมีเป้าหมายพร้อมเริ่มดำเนินการปรับเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยเคมี ยาเคมี มาเป็นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ที่เป็นมูลสัตว์ที่ลี้ยงสุกร ไก่ เป็ด โดยเฉพาะการเลี้ยงหมูหลุม จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ปริมาณมากพอ ที่จะนำไปใส่ส้มโอ จากนั้นก็มีการผลิตน้ำส้มควันไม้และการผลิตน้ำหมักจากพืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่น มาใช้ทดแทนการใช้สารเคมี นอกจากนั้นยังได้ปรับสวนส้มโอ เป็นการปลูกไม้ยืนต้นแบบผสมผสาน ร่มเย็น ให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด


ก็ทำให้เราได้ทราบว่า เป็นบุคคลที่มีความรู้ ด้านการเกษตรอย่าง ที่รู้จริง พร้อมเป็นคนที่ปฏิบัติจริง เป็นคนที่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังได้ปรับปรุงพื้นที่รอบๆที่อยู่อาศัย และปรับปรุงสวนส้มโอให้เป็นฐานการเรียนรู้หลายฐาน ปัจจุบันได้เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง ที่เป็นแบบอย่างในชุมชน และมีผู้สนใจ มาขอศึกษา และมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่องในปีหนึ่งไม่น้อยกว่าพันคน นอกจากนั้นยังมีหน่วยงาน องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้มาประสานงานแห่งความร่วมมือ เพื่อพัฒนากิจกรรมของลุงเฉลิม เป็นศูนย์การเรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ อีกด้วย ซึ่งลุงเฉลิม ได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานภาคี พร้อมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร หลายต่อหลายครั้ง พร้อมยังได้นำความรู้กลับมาพัฒนาฟาร์มของตนเอง จนเป็นที่สนใจของคนที่อยู่ในชุมชนและนอกชุมชน ได้มาศึกษาดูงานและขอรับความรู้อย่างต่อเนื่อง

Copyright © 2019. All rights reserved.